ปลดล็อกการขับขี่ในโคลอมเบีย: กฎจราจรและใบขับขี่สากลที่คนไ...

ปลดล็อกการขับขี่ในโคลอมเบีย: กฎจราจรและใบขับขี่สากลที่คนไทยต้องรู้ก่อนลุย

webmaster

콜롬비아 교통법규 및 운전면허 정보 - A vibrant scene featuring a confident Thai traveler, a woman in her late 20s with a warm smile, wear...

콜롬비아로 여행이나 거주를 계획 중이신 태국인 여러분, 운전을 생각하고 계시다면 잠시 주목해 주세요! 콜롬비아의 다채로운 풍경을 직접 운전하며 탐험하는 것은 정말 매력적인 경험이겠지만, 낯선 땅에서의 운전은 언제나 예상치 못한 난관에 부딪힐 수 있답니다. 특히 콜롬비아의 교통 문화나 법규는 태국과는 다른 점이 많아 미리 알아두지 않으면 당황스러운 상황을 겪을 수도 있어요.

제가 아는 한 지인도 얼마 전 메데인에서 운전하다가 작은 실수로 경찰의 불심검문을 받아 한참을 애먹었던 적이 있다고 하더라고요. 이런 경험은 절대 하고 싶지 않으시겠죠? 또한, 최근에는 국제 운전면허증에 대한 인식이나 적용 방식이 조금씩 변화하고 있어서 최신 정보를 확인하는 것이 정말 중요해요.

단순히 운전면허증만 있다고 다 되는 게 아니라는 사실! 예상치 못한 문제에 발목 잡히지 않고 콜롬비아에서의 자유로운 드라이브를 만끽할 수 있도록, 꼭 필요한 핵심 정보들을 지금부터 제가 확실하게 알려드릴게요! —
태국어 번역:สำหรับเพื่อนๆ ชาวไทยที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยว หรือคิดจะไปใช้ชีวิตที่โคลอมเบีย และกำลังพิจารณาเรื่องการขับรถฟังทางนี้เลยค่ะ!

การได้ขับรถเที่ยวชมทัศนียภาพอันหลากหลายของโคลอมเบียด้วยตัวเองนั้นเป็นประสบการณ์ที่น่าหลงใหลอย่างแน่นอน แต่การขับรถในต่างแดนที่ไม่คุ้นเคยก็มักจะมาพร้อมกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเสมอ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการจราจรและกฎระเบียบของโคลอมเบียที่แตกต่างจากประเทศไทยมาก ถ้าไม่ได้ศึกษาไว้ล่วงหน้าอาจจะเจอสถานการณ์ที่น่าตกใจได้เลยนะคะ ฉันจำได้ว่าเพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายไปเมเดยิน เล่าให้ฟังว่าเขาเคยโดนตำรวจเรียกตรวจเพราะทำผิดกฎเล็กน้อย และต้องวุ่นวายนานพอสมควรเลยค่ะ ไม่อยากให้เพื่อนๆ ต้องมาเจอประสบการณ์แบบนั้นเลยใช่ไหมคะ?

แถมช่วงหลังๆ มานี้ การยอมรับและหลักเกณฑ์ในการใช้ใบขับขี่สากลก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยด้วย การอัปเดตข้อมูลล่าสุดจึงสำคัญมากๆ เลยค่ะ แค่มีใบขับขี่ติดตัวไปอาจจะยังไม่พอ!

เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เพลิดเพลินกับการขับรถในโคลอมเบียได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่ไม่คาดฝัน ดิฉันจะมาสรุปข้อมูลสำคัญที่จำเป็นทั้งหมดให้เพื่อนๆ ได้รู้กันอย่างละเอียดและชัดเจนเลยค่ะ!สำหรับเพื่อนๆ ชาวไทยที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยว หรือคิดจะไปใช้ชีวิตที่โคลอมเบีย และกำลังพิจารณาเรื่องการขับรถฟังทางนี้เลยค่ะ!

การได้ขับรถเที่ยวชมทัศนียภาพอันหลากหลายของโคลอมเบียด้วยตัวเองนั้นเป็นประสบการณ์ที่น่าหลงใหลอย่างแน่นอน แต่การขับรถในต่างแดนที่ไม่คุ้นเคยก็มักจะมาพร้อมกับอุปสรรคที่ไม่คาดคิดเสมอ โดยเฉพาะวัฒนธรรมการจราจรและกฎระเบียบของโคลอมเบียที่แตกต่างจากประเทศไทยมาก ถ้าไม่ได้ศึกษาไว้ล่วงหน้าอาจจะเจอสถานการณ์ที่น่าตกใจได้เลยนะคะ ฉันจำได้ว่าเพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายไปเมเดยิน เล่าให้ฟังว่าเขาเคยโดนตำรวจเรียกตรวจเพราะทำผิดกฎเล็กน้อย และต้องวุ่นวายนานพอสมควรเลยค่ะ ไม่อยากให้เพื่อนๆ ต้องมาเจอประสบการณ์แบบนั้นเลยใช่ไหมคะ?

แถมช่วงหลังๆ มานี้ การยอมรับและหลักเกณฑ์ในการใช้ใบขับขี่สากลก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยด้วย การอัปเดตข้อมูลล่าสุดจึงสำคัญมากๆ เลยค่ะ แค่มีใบขับขี่ติดตัวไปอาจจะยังไม่พอ!

เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เพลิดเพลินกับการขับรถในโคลอมเบียได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่ไม่คาดฝัน ดิฉันจะมาสรุปข้อมูลสำคัญที่จำเป็นทั้งหมดให้เพื่อนๆ ได้รู้กันอย่างละเอียดและชัดเจนเลยค่ะ!

เอกสารสำคัญ: ใบขับขี่สากลกับกฎโคลอมเบีย

콜롬비아 교통법규 및 운전면허 정보 - A vibrant scene featuring a confident Thai traveler, a woman in her late 20s with a warm smile, wear...

ใบขับขี่สากลของไทยใช้ได้ไหม?

สำหรับเพื่อนๆ ที่วางแผนจะขับรถในโคลอมเบีย สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงเลยก็คือเรื่องใบขับขี่สากลนี่แหละค่ะ จากประสบการณ์ของฉันและเพื่อนๆ ที่เคยไปขับรถที่นั่น ต้องบอกเลยว่า “ใบขับขี่สากล” ที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกของประเทศไทยนั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เลยนะ!

โดยทั่วไปแล้ว ใบขับขี่สากลของเราจะได้รับการยอมรับภายใต้อนุสัญญาเจนีวาปี 1949 ซึ่งโคลอมเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่ลงนาม เพื่อนๆ สามารถใช้ใบขับขี่สากลควบคู่กับใบขับขี่ไทยและหนังสือเดินทางเพื่อขับรถได้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะเน้นย้ำเลยก็คือ การตีความและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละพื้นที่อาจจะไม่เหมือนกันเป๊ะๆ นะคะ บางทีอาจจะเจอเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคยกับใบขับขี่สากลดี แต่บางทีก็อาจจะต้องอธิบายกันยาวหน่อย ฉันเคยได้ยินมาว่ามีเพื่อนคนหนึ่งโดนตำรวจเรียกตรวจที่เมืองเมเดยิน เขาต้องโชว์ใบขับขี่สากล ใบขับขี่ไทย และหนังสือเดินทางพร้อมกันเลยค่ะ ดังนั้น เพื่อความสบายใจที่สุด ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตไทยในโคลอมเบีย หรือเว็บไซต์ทางการของกรมการขนส่งของโคลอมเบีย (เช่น Ministerio de Transporte) อีกครั้งก่อนเดินทางจะดีที่สุดค่ะ

เอกสารอื่นๆ ที่ต้องพกติดตัว

นอกเหนือจากใบขับขี่สากลแล้ว การพกเอกสารสำคัญอื่นๆ ติดตัวไว้ตลอดเวลาที่เราขับรถในโคลอมเบียก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยนะคะ นอกจากหนังสือเดินทางฉบับจริงแล้ว ควรมีสำเนาหนังสือเดินทางและสำเนาใบอนุญาตขับขี่ทั้งไทยและสากลเก็บไว้ในกระเป๋าแยกกันด้วย เผื่อกรณีฉุกเฉินหรือทำหายค่ะ ที่สำคัญมากๆ อีกอย่างคือเอกสารการเช่ารถและเอกสารประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะประกันภาคบังคับที่เรียกว่า SOAT (Seguro Obligatorio de Accidentes de Tránsito) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นตามกฎหมายของโคลอมเบีย หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันตัวนี้จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ค่ะ บริษัทเช่ารถส่วนใหญ่จะรวม SOAT มาให้แล้ว แต่เราก็ควรตรวจสอบให้ชัวร์ก่อนรับรถนะคะ แล้วก็อย่าลืมพกเอกสารยืนยันการทำประกันภาคสมัครใจอื่นๆ ที่เราซื้อเพิ่มเติมไปด้วยค่ะ เพราะประกันพวกนี้จะช่วยให้เราอุ่นใจมากขึ้นเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝัน เอกสารเหล่านี้ควรจะอยู่ในที่ที่หยิบง่ายและปลอดภัยนะคะ

วัฒนธรรมการขับขี่ที่ไม่เหมือนบ้านเรา

ความแตกต่างบนท้องถนน

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่เคยขับรถในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทยมาแล้ว อาจจะคิดว่าตัวเองพร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์บนท้องถนนได้ แต่ขอเตือนไว้เลยว่าการขับรถในโคลอมเบียนั้นมีสไตล์เฉพาะตัวมากๆ ค่ะ!

สิ่งแรกที่ฉันสัมผัสได้คือ ความเป็น “นักสู้” บนท้องถนนของคนโคลอมเบียค่ะ พวกเขาค่อนข้างขับเร็ว ตัดสินใจฉับไว และบางครั้งก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับช่องจราจรมากเท่าไหร่เลยค่ะ (ฮ่าๆ) รถจักรยานยนต์มีอยู่เยอะมากและมักจะขับแทรกไปมาระหว่างรถยนต์ได้ทุกซอกทุกมุม ซึ่งอาจทำให้คนขับที่ไม่คุ้นเคยอย่างเราๆ ตกใจได้ง่ายๆ เลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ การบีบแตรก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ไม่ได้แปลว่าเขากำลังโกรธเราเสมอไปนะ บางทีก็เป็นการทักทาย, การเตือน, หรือบอกว่า “ฉันอยู่นี่นะ!” เท่านั้นเองค่ะ ฉันจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปเมเดยิน การได้ยินเสียงแตรดังระงมทำให้ฉันเกร็งไปหมดเลยค่ะ แต่พอปรับตัวได้แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของสีสันบนท้องถนนไปเลยนะ การจราจรในเมืองใหญ่ๆ อย่างโบโกตา เมเดยิน หรือคาลี จะหนาแน่นมากในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าจึงสำคัญมากๆ ค่ะ

Advertisement

สัญญาณมือและภาษากายของคนขับรถโคลอมเบีย

ในโคลอมเบีย ภาษากายและสัญญาณมือมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารบนท้องถนนพอสมควรเลยค่ะ นอกจากเสียงแตรแล้ว คนขับรถหลายคนก็มักจะใช้สัญญาณมือในการบอกทิศทาง หรือสื่อสารกับคนขับรถคันอื่นๆ เช่น การโบกมือเล็กน้อยเพื่อบอกว่า “ไปก่อนเลย” หรือการชี้ไปที่กระจกข้างเพื่อเตือนว่ามีรถจี้หลังนะ สัญญาณไฟเลี้ยวก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ แต่ก็มีหลายครั้งที่ฉันเห็นคนไม่ค่อยเปิดไฟเลี้ยว หรือเปิดแล้วก็ไม่เลี้ยวก็มีค่ะ (แอบงงเบาๆ) การขับรถที่นี่ต้องอาศัยการสังเกตและคาดการณ์จากพฤติกรรมของรถคันอื่นๆ ค่อนข้างมากเลยค่ะ เพื่อนของฉันคนหนึ่งที่เคยไปขับรถที่นี่บอกว่า ต้องขับแบบ “สแกน 360 องศา” ตลอดเวลาเลยล่ะ เพราะมีโอกาสที่รถจะโผล่มาจากมุมไหนก็ได้เสมอ การจอดรถข้างทางก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวัง คนโคลอมเบียมักจะจอดรถค่อนข้างชิดกันมาก และบางทีก็จอดซ้อนคันไปเลย การมองหาสัญลักษณ์ห้ามจอด หรือถามคนในพื้นที่ก่อนจอดก็เป็นเรื่องดีค่ะ ฉันเคยเกือบจะจอดรถในที่ห้ามจอดโดยไม่รู้ตัว โชคดีที่มีคนโบกมือเตือนก่อน ไม่งั้นคงโดนปรับไปแล้วแน่ๆ ค่ะ

กฎจราจรโคลอมเบียที่ต้องรู้ไว้

ความเร็วและการจอดรถ

เรื่องกฎจราจรเป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยนะคะ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องค่าปรับที่จะตามมาด้วย ในโคลอมเบียนั้น มีการจำกัดความเร็วที่ชัดเจนค่ะ โดยทั่วไปแล้ว ในเขตเมือง ความเร็วสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ในบางพื้นที่อาจจะต่ำกว่านั้น เช่น เขตโรงเรียนหรือโรงพยาบาล ซึ่งอาจเหลือแค่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนนอกเขตเมืองหรือบนทางหลวง ความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงค่ะ ป้ายบอกความเร็วจะค่อนข้างชัดเจน แต่บางทีก็มีป้ายที่เลือนลางหรือถูกบดบังไปบ้าง เราต้องสังเกตให้ดีๆ นะคะ ฉันเองก็เคยพลาดขับเกินความเร็วไปนิดหน่อยในเขตชุมชน โชคดีที่ไม่มีตำรวจ แต่ก็ทำให้ต้องระวังมากขึ้นเลยค่ะ เรื่องการจอดรถก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ การจอดรถในพื้นที่ห้ามจอด หรือจอดในลักษณะที่กีดขวางการจราจรอาจทำให้รถโดนลากได้เลยนะคะ ซึ่งค่าปรับและค่าใช้จ่ายในการนำรถออกก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย ทางที่ดีที่สุดคือจอดในลานจอดรถที่ถูกต้อง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก่อนจะจอดรถเสมอค่ะ

เข็มขัดนิรภัยและเด็กในรถ

กฎหมายเรื่องความปลอดภัยขั้นพื้นฐานอย่างการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น เป็นสิ่งที่โคลอมเบียบังคับใช้อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับประเทศไทยเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารทุกคนในรถยนต์จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่นะคะ หากไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม ถือว่ามีความผิดและอาจถูกปรับได้เลยค่ะ ฉันเคยเห็นนักท่องเที่ยวบางคนโดนตำรวจเรียกและปรับเพราะไม่คาดเข็มขัดนิรภัยที่เบาะหลังมาแล้วค่ะ ส่วนเรื่องเด็กเล็กในรถก็มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนเช่นกัน เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี หรือมีความสูงไม่ถึง 135 เซนติเมตร จะต้องนั่งในเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก (car seat) ที่เหมาะสมกับวัยและน้ำหนักของเด็ก และจะต้องนั่งในเบาะหลังเท่านั้นค่ะ การละเลยกฎข้อนี้ถือว่าอันตรายอย่างยิ่งและมีโทษปรับที่สูงมากด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าเพื่อนๆ เดินทางไปกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กด้วย อย่าลืมเตรียมเบาะนิรภัยสำหรับเด็กไปให้พร้อม หรือแจ้งบริษัทเช่ารถล่วงหน้าเพื่อจัดหาให้ค่ะ ความปลอดภัยของลูกหลานเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญสูงสุดอยู่แล้วจริงไหมคะ

การเช่ารถและตรวจสภาพรถให้ชัวร์

เลือกบริษัทเช่ารถที่น่าเชื่อถือ

การตัดสินใจเช่ารถขับเองในโคลอมเบียนั้น เป็นการเปิดประสบการณ์การเดินทางที่อิสระมากๆ เลยค่ะ แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเลือกบริษัทเช่ารถที่น่าเชื่อถือนะคะ มีบริษัทเช่ารถนานาชาติใหญ่ๆ หลายแห่งที่มีสาขาในโคลอมเบีย เช่น Hertz, Avis, Budget หรือ Europcar ซึ่งพวกนี้มักจะมีมาตรฐานการบริการที่ดีกว่า และมีตัวเลือกประกันภัยที่ครอบคลุมมากกว่าค่ะ การจองรถล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรง หรือผ่านแพลตฟอร์จองรถที่มีชื่อเสียง จะช่วยให้เราได้ราคาที่ดีกว่าและมีตัวเลือกรถที่หลากหลายกว่าด้วยค่ะ อย่าหลงไปกับราคาที่ถูกเกินจริงจากบริษัทที่ไม่รู้จักนะคะ เพราะบางทีอาจจะมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมได้ค่ะ ฉันเคยมีประสบการณ์เกือบจะจองรถกับบริษัทท้องถิ่นเล็กๆ ที่ราคาถูกมาก แต่พออ่านรีวิวแล้วเจอว่ามีปัญหากับการเรียกเก็บเงินเกินและการไม่คืนเงินประกันเยอะมาก เลยเปลี่ยนใจไปใช้บริการของบริษัทใหญ่แทนค่ะ ยอมจ่ายแพงขึ้นนิดหน่อยแต่สบายใจกว่าเยอะเลยนะ!

ตรวจเช็กรถก่อนออกเดินทาง

หลังจากเลือกบริษัทเช่ารถและทำการจองเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ “การตรวจสภาพรถ” ก่อนที่จะรับกุญแจและขับออกไปค่ะ อย่าเพิ่งรีบร้อนรับรถแล้วออกเดินทางไปเลยนะคะ!

ให้เวลาตัวเองสัก 10-15 นาที ในการเดินสำรวจรอบคันรถอย่างละเอียด ถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานทุกซอกทุกมุม ทั้งภายนอกและภายในรถเลยค่ะ โดยเฉพาะรอยขีดข่วน รอยบุบ ยางรถยนต์ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ ไฟส่องสว่าง ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ทุกอย่างใช้งานได้ปกติไหม รวมถึงระดับน้ำมันเบรก น้ำมันเครื่อง และน้ำฉีดกระจกก็ควรตรวจสอบด้วยค่ะ ภายในรถก็เช่นกัน ตรวจสอบเบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย กระจกมองข้าง แอร์ วิทยุ และอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ เช่น ยางอะไหล่ แม่แรง และเครื่องมือเปลี่ยนยางก็ควรมีอยู่ครบถ้วนค่ะ ถ้าเจอจุดไหนที่ผิดปกติ หรือมีรอยตำหนิที่ไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาเช่า ให้รีบแจ้งพนักงานทันทีและให้เขาบันทึกไว้ในเอกสารให้ชัดเจนนะคะ เพื่อป้องกันปัญหาเวลาคืนรถค่ะ เพื่อนฉันเคยโดนเรียกเก็บเงินค่าเสียหายเล็กน้อยที่เขาไม่ได้ทำไว้ เพราะไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนรับรถ Lesson learned เลยค่ะ!

Advertisement

เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

เบอร์โทรฉุกเฉินที่ควรบันทึก

콜롬비아 교통법규 및 운전면허 정보 - A dynamic, yet orderly, street scene capturing the unique driving culture in a bustling Colombian ci...

การเดินทางในต่างแดนก็เหมือนกับการผจญภัยที่เราไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ สิ่งแรกที่ฉันแนะนำให้เพื่อนๆ ทำเลยก็คือ บันทึกเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่สำคัญเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือ และอาจจะเขียนใส่กระดาษพกติดตัวไว้ด้วยเผื่อกรณีแบตหมดหรือโทรศัพท์หายนะคะ เบอร์ฉุกเฉินพื้นฐานที่ควรมีคือ ตำรวจ (Policía Nacional) โทร.

112 หรือ 123, รถพยาบาล/บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน (Ambulancia/Emergencias Médicas) โทร. 125, และหน่วยดับเพลิง (Bomberos) โทร. 119 ค่ะ นอกจากนี้ ถ้าเราเช่ารถขับ ก็ควรมีเบอร์ติดต่อของบริษัทเช่ารถ และเบอร์บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) ที่ทางบริษัทเช่ารถหรือประกันภัยรถยนต์จัดหาให้ด้วยนะคะ การมีเบอร์เหล่านี้อยู่ในมือจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างรวดเร็วและไม่ตื่นตระหนกจนเกินไปค่ะ

หากเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย

แม้เราจะขับรถอย่างระมัดระวังที่สุด แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อค่ะ หากเพื่อนๆ เกิดประสบอุบัติเหตุเล็กน้อยหรือรถเสียกลางทาง สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการตั้งสติและประเมินสถานการณ์นะคะ หากมีผู้บาดเจ็บ ให้รีบโทรแจ้ง 125 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันทีค่ะ ถ้าไม่มีผู้บาดเจ็บ และรถยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้พยายามนำรถเข้าข้างทางเพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร และเปิดไฟฉุกเฉินไว้เสมอ จากนั้นให้ติดต่อตำรวจ (112 หรือ 123) เพื่อให้มายังที่เกิดเหตุ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายค่ะ สิ่งสำคัญคือ ห้ามตกลงหรือยอมรับผิดใดๆ กับคู่กรณีโดยตรงก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงนะคะ เพราะอาจมีผลต่อเรื่องประกันภัยค่ะ และอย่าลืมติดต่อบริษัทเช่ารถและบริษัทประกันภัยรถยนต์ทันที เพื่อแจ้งเหตุการณ์และสอบถามขั้นตอนต่อไปค่ะ ถ่ายรูปหรือวิดีโอที่เกิดเหตุจากหลายๆ มุมไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ รวมถึงสภาพรถของคู่กรณีและสภาพถนนบริเวณนั้น จะช่วยได้มากเวลาต้องเคลมประกันค่ะ ฉันเคยเห็นเพื่อนที่รถเสียกลางทางในเขตชนบท โชคดีที่เขามีเบอร์ช่วยเหลือฉุกเฉินของบริษัทเช่ารถ เลยมีรถลากมาช่วยได้อย่างรวดเร็วค่ะ

เส้นทางขับรถชมวิวสวยๆ ทั่วโคลอมเบีย

แนะนำเส้นทางที่ไม่ควรพลาด

การได้ขับรถเที่ยวชมความหลากหลายทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของโคลอมเบียด้วยตัวเองนั้นเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ ไปเลยค่ะ! โคลอมเบียมีเส้นทางขับรถชมวิวสวยๆ เยอะมากจนเลือกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ หนึ่งในเส้นทางที่ฉันอยากแนะนำมากๆ เลยคือ การขับรถเที่ยวในโซน Eje Cafetero หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สามเหลี่ยมกาแฟ” ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของประเทศค่ะ เส้นทางนี้จะพาเราลัดเลาะไปตามไร่กาแฟสีเขียวขจี อากาศดี๊ดี มีหมู่บ้านน่ารักๆ ให้แวะพักมากมาย เช่น Salento หรือ Filandia ที่มีบ้านเรือนสีสันสดใส และเรายังสามารถไปเดินป่าชมต้นปาล์มขี้ผึ้งยักษ์ที่หุบเขา Cocora Valley ได้อีกด้วยนะคะ การขับรถที่นี่ไม่ได้ยากเกินไป แต่ก็มีทางขึ้นเขาลงเขาคดเคี้ยวอยู่บ้างค่ะ อีกเส้นทางที่น่าสนใจคือ การขับรถจาก Cartagena ไปยัง Santa Marta หรือแม้กระทั่งต่อไปถึงอุทยานแห่งชาติ Tayrona ค่ะ เราจะได้ขับเลียบชายฝั่งทะเลแคริบเบียน ชมวิวทะเลสีครามสวยๆ ไปตลอดทางเลย แต่เส้นทางนี้ต้องระวังเรื่องสภาพถนนและป้ายบอกทางที่อาจจะไม่ชัดเจนบ้างนะคะ แต่รับรองว่าวิวสวยคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอนค่ะ

เคล็ดลับการวางแผนเส้นทางขับขี่ระยะยาว

สำหรับการขับรถเที่ยวในระยะทางไกลๆ หรือวางแผนทริปขับรถข้ามเมืองในโคลอมเบีย สิ่งสำคัญคือการวางแผนเส้นทางให้ดีค่ะ ไม่ใช่แค่วางแผนจุดหมายปลายทาง แต่ต้องคำนึงถึงจุดแวะพัก เติมน้ำมัน และที่พักระหว่างทางด้วยนะคะ สภาพถนนในโคลอมเบียนั้นมีความหลากหลายมากค่ะ บางช่วงอาจจะเจอถนนเรียบกว้างขวางขับสบาย แต่บางช่วงก็อาจจะเป็นถนนขรุขระ ทางลูกรัง หรือทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยวและแคบ การใช้แอปพลิเคชันนำทางที่อัปเดตข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ เช่น Google Maps หรือ Waze จะช่วยได้เยอะมากๆ เลยค่ะ พยายามหลีกเลี่ยงการขับรถตอนกลางคืนในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเมืองที่เปลี่ยว เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ และอย่าลืมเตรียมขนม น้ำดื่ม รวมถึงเงินสดติดตัวไว้บ้างนะคะ เพราะบางปั๊มน้ำมันหรือร้านค้าเล็กๆ อาจจะไม่รับบัตรเครดิตค่ะ การมีน้ำมันเต็มถังอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะบางทีปั๊มน้ำมันอาจจะอยู่ห่างกันหลายสิบกิโลเมตรเลยค่ะ

เอกสารที่ต้องมี รายละเอียด
ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) ต้องออกโดยกรมการขนส่งทางบกของไทย โดยใช้ควบคู่กับใบขับขี่ไทย
ใบขับขี่ไทย จำเป็นต้องพกติดตัวควบคู่กับใบขับขี่สากลเสมอ
หนังสือเดินทาง (Passport) เอกสารยืนยันตัวตนที่สำคัญที่สุด ควรพกฉบับจริงและสำเนา
เอกสารการเช่ารถ/ทะเบียนรถ สัญญาเช่ารถ และสำเนาเอกสารทะเบียนรถ (หากขับรถส่วนตัว)
เอกสารประกันภัยรถยนต์ ต้องมีประกันภัยภาคบังคับ (SOAT) และควรมีประกันภาคสมัครใจเพิ่ม
Advertisement

ข้อควรระวังเพิ่มเติม: ความปลอดภัยบนท้องถนน

การขับขี่ในเมืองใหญ่และพื้นที่ชนบท

ขับรถในโคลอมเบียเนี่ย ต้องบอกว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ การขับขี่ในเมืองใหญ่อย่างโบโกตา เมเดยิน หรือคาลี จะต้องเผชิญกับการจราจรที่หนาแน่น รถติด และพฤติกรรมการขับขี่ที่ค่อนข้างดุดันของคนท้องถิ่น การระมัดระวังรถจักรยานยนต์ที่มักจะแทรกตัวมาทุกซอกทุกมุมเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ค่ะ แถมในเมืองใหญ่ยังมีปัญหาเรื่องอาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ อย่างการทุบกระจกรถเพื่อขโมยของตอนรถติดไฟแดงด้วยนะคะ ฉันแนะนำว่าอย่าเก็บของมีค่าไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่าย และควรล็อกประตูรถทุกบานเสมอค่ะ ส่วนการขับรถในพื้นที่ชนบท แม้การจราจรจะไม่หนาแน่นเท่า แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องสภาพถนนที่อาจจะขรุขระ หลุมบ่อเยอะ หรือบางทีก็เป็นทางลูกรังไปเลยค่ะ สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่าก็อาจจะเดินข้ามถนนได้โดยไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นการขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสมและระมัดระวังเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดค่ะ

ระวังเรื่องเมาแล้วขับและการหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตราย

เรื่องเมาแล้วขับเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดในโคลอมเบียเลยนะคะ กฎหมายของที่นี่เข้มงวดมากๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ การตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือดเข้มข้นมากๆ และบทลงโทษก็รุนแรงมากเช่นกันค่ะ ไม่ใช่แค่ค่าปรับที่สูงลิบ แต่ยังอาจรวมถึงการยึดใบขับขี่และการจำคุกด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าตั้งใจจะดื่มแล้วละก็ เลี่ยงการขับรถเองดีที่สุดค่ะ ใช้บริการแท็กซี่หรือแอปพลิเคชันเรียกรถอย่าง Uber หรือ Cabify จะปลอดภัยที่สุดค่ะ นอกจากนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตรายอื่นๆ ฉันแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืนในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบทหรือเมืองเล็กๆ ที่มีข่าวอาชญากรรมอยู่บ้างค่ะ การขับรถตอนกลางวันจะช่วยให้เรามองเห็นสภาพแวดล้อมและสิ่งกีดขวางบนท้องถนนได้ดีกว่า และยังสามารถขอความช่วยเหลือได้ง่ายกว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาค่ะ อย่าจอดรถในที่เปลี่ยว และหากต้องจอดรถค้างคืน ควรเลือกที่พักที่มีที่จอดรถปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนะคะ การเที่ยวให้สนุกก็ต้องมาพร้อมกับการระมัดระวังตัวเองให้ดีที่สุดด้วยจริงไหมคะ

글을มา치며

เพื่อนๆ คะ การขับรถเที่ยวในโคลอมเบียถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากๆ เลยใช่ไหมคะ จากที่ฉันได้เล่าประสบการณ์และข้อมูลต่างๆ มาทั้งหมดนี้ ฉันหวังว่าเพื่อนๆ จะมีความมั่นใจและเตรียมพร้อมมากขึ้นสำหรับการผจญภัยบนท้องถนนในดินแดนแห่งนี้ ที่เต็มไปด้วยสีสัน วัฒนธรรม และทิวทัศน์อันงดงาม การเตรียมตัวที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสาร การทำความเข้าใจกฎจราจร หรือแม้แต่การรับมือกับวัฒนธรรมการขับขี่ที่ไม่เหมือนบ้านเรา จะช่วยให้ทุกการเดินทางราบรื่นและปลอดภัย ที่สำคัญที่สุดคือความสนุกและความทรงจำดีๆ ที่เราจะได้สร้างขึ้นมาตลอดเส้นทางนั่นแหละค่ะ อย่าลืมว่าทุกการเดินทางคือการเรียนรู้ และฉันเชื่อว่าโคลอมเบียจะมอบประสบการณ์ที่เพื่อนๆ ไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. ฉันอยากจะย้ำเลยว่าการมีแผนที่ออฟไลน์หรือระบบ GPS ที่ดาวน์โหลดข้อมูลไว้ล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ บางพื้นที่ในโคลอมเบียสัญญาณอินเทอร์เน็ตอาจจะไม่เสถียร หรือบางทีเราขับรถไปในหุบเขาที่ไม่มีสัญญาณเลยก็มีนะคะ การมีแผนที่ติดรถไว้จะช่วยให้เราไม่หลงทาง และสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดการเชื่อมต่อ นอกจาก Google Maps แล้ว ยังมีแอปพลิเคชันอย่าง Waze หรือ Maps.me ที่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ดีมากๆ ด้วยค่ะ อย่าลืมดาวน์โหลดและทดสอบใช้งานก่อนออกเดินทางจริงนะคะ จะได้มั่นใจว่าพร้อมทุกสถานการณ์

2. บนถนนหลวงหลายสายในโคลอมเบียจะมีด่านเก็บค่าธรรมเนียม หรือที่เรียกว่า “Peajes” ค่ะ ซึ่งเป็นค่าผ่านทางที่ต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้นนะคะ และจำนวนเงินก็แตกต่างกันไปตามระยะทางและประเภทของถนน ฉันแนะนำให้เตรียมเงินสดในสกุลเปโซโคลอมเบีย (COP) ติดตัวไว้ให้พอสมควรเลยค่ะ เพราะบางด่านอาจจะอยู่ห่างจากจุดบริการเงินสดหรือตู้ ATM มากพอสมควร ซึ่งฉันเองก็เคยเจอสถานการณ์ที่เงินสดไม่พอ ต้องควักเงินที่เหลือจากกระเป๋ามาจ่ายแบบเฉียดฉิวมาแล้วค่ะ ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเสียเวลาวนรถหายูเทิร์นเพื่อไปหาตู้ ATM ซึ่งอาจจะอยู่ไกลออกไปอีกนะคะ

3. ถึงแม้ว่าจะมี Google Translate ช่วยได้เยอะ แต่การรู้ภาษาสเปนพื้นฐานบางคำจะช่วยให้เราสื่อสารกับคนท้องถิ่นได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะคำศัพท์เกี่ยวกับการขับขี่ เช่น “เลี้ยวซ้าย” (izquierda), “เลี้ยวขวา” (derecha), “ตรงไป” (recto), “หยุด” (pare), “ทางออก” (salida), “ทางเข้า” (entrada), หรือแม้แต่คำถามง่ายๆ เช่น “ปั๊มน้ำมันอยู่ไหน” (¿Dónde está la gasolinera?) จะช่วยให้การเดินทางของเราราบรื่นขึ้นมากเลยค่ะ และยังแสดงถึงความพยายามที่จะสื่อสารกับคนท้องถิ่น ซึ่งมักจะได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ กลับมาเสมอค่ะ

4. ในโคลอมเบียจะมีน้ำมันอยู่หลายประเภทค่ะ ที่พบบ่อยที่สุดคือ “Gasolina Corriente” (น้ำมันเบนซินธรรมดา) และ “Gasolina Extra” (น้ำมันเบนซินพรีเมียม) รถเช่าส่วนใหญ่มักจะใช้น้ำมันเบนซินธรรมดา แต่เพื่อความชัวร์ควรสอบถามจากบริษัทเช่ารถอีกครั้งนะคะ และควรสังเกตป้ายที่ปั๊มน้ำมันให้ดีก่อนเติมค่ะ ราคาจะแสดงเป็นเปโซโคลอมเบียต่อแกลลอน (ไม่ใช่ลิตรเหมือนบ้านเรา) สถานีบริการน้ำมันมีอยู่ทั่วประเทศ แต่ในพื้นที่ชนบทบางแห่งอาจจะหายากหน่อยค่ะ วางแผนการเติมน้ำมันให้ดีและอย่ารอให้น้ำมันใกล้หมดถังนะคะ ปั๊มน้ำมันหลายแห่งมักจะมีร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ให้แวะพักเข้าห้องน้ำหรือซื้อของได้ด้วยค่ะ

5. ป้ายจราจรในโคลอมเบียส่วนใหญ่จะเป็นมาตรฐานสากลที่เรารู้จักกันดี แต่ก็มีบางป้ายที่อาจจะไม่คุ้นเคย หรือใช้สัญลักษณ์ที่แตกต่างออกไปบ้างค่ะ ฉันแนะนำให้ศึกษาป้ายจราจรหลักๆ ของโคลอมเบียไปก่อนบ้างก็ดีนะคะ โดยเฉพาะป้ายเตือนต่างๆ และป้ายห้ามจอดที่มีสัญลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ การสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ของคนท้องถิ่นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับสภาพการจราจรได้เร็วขึ้นค่ะ บางทีป้ายจราจรอาจจะไม่ได้ชัดเจนเท่าที่ควร การสังเกตสัญญาณมือหรือไฟเลี้ยวจากรถคันอื่นก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ!

สำคัญที่สุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

สรุปแล้ว การขับรถเที่ยวในโคลอมเบียเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและคุ้มค่ามากๆ ค่ะ เพียงแค่เพื่อนๆ เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งเรื่องเอกสารสำคัญอย่างใบขับขี่สากลและหนังสือเดินทาง รวมถึงการทำความเข้าใจกฎจราจรและวัฒนธรรมการขับขี่ของที่นี่อย่างถ่องแท้ การเลือกบริษัทเช่ารถที่น่าเชื่อถือ การตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง และการวางแผนเส้นทางอย่างรอบคอบ ก็จะช่วยให้ทุกการเดินทางราบรื่นและเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ ค่ะ อย่าลืมว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ และฉันขอให้เพื่อนๆ ทุกคนสนุกกับการผจญภัยในโคลอมเบียนะคะ!

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ใบขับขี่สากลจำเป็นแค่ไหนในการขับรถที่โคลอมเบีย และใช้ได้นานแค่ไหนคะ?

ตอบ: สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เรื่องใบขับขี่สากลนี่เป็นเรื่องสำคัญที่หลายคนกังวลเลยใช่ไหมคะ จากประสบการณ์ที่ฉันเคยหาข้อมูลและสอบถามจากเพื่อนๆ ที่ไปโคลอมเบียมา สิ่งที่ได้ข้อมูลมาคือ ถึงแม้ว่าในทางเทคนิคแล้ว ใบขับขี่ไทยแบบปกติของเราจะสามารถใช้ขับรถที่โคลอมเบียได้เป็นระยะเวลา 3 เดือนแรกหลังจากที่เราเดินทางเข้าประเทศ แต่เอาจริงๆ นะคะ ฉันอยากจะแนะนำมากๆ เลยว่าควรทำ “ใบอนุญาตขับขี่สากล” หรือ IDP (International Driving Permit) ติดตัวไปด้วยจะดีที่สุดค่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอคะ?
หนึ่งเลยคือเวลาที่เราไปเช่ารถ บริษัทเช่ารถส่วนใหญ่ที่โคลอมเบีย มักจะขอตรวจใบขับขี่สากลของเราควบคู่ไปกับใบขับขี่ไทยด้วยนะคะ ถ้าไม่มีอาจจะทำให้เราเช่ารถไม่ได้หรือยุ่งยากมากๆ เลยค่ะ สองคือ ใบขับขี่สากลเนี่ยจะช่วยลดปัญหาเรื่องภาษาได้เยอะเลย เพราะเขาจะแปลข้อมูลในใบขับขี่ของเราเป็นภาษาต่างๆ ถึง 12 ภาษาทั่วโลก ซึ่งรวมถึงภาษาที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่โคลอมเบียเข้าใจได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ ฉันเคยได้ยินมาว่าบางทีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับใบขับขี่ไทยของเราเท่าไหร่ ถ้ามีใบขับขี่สากลกำกับไว้ด้วยจะสบายใจกว่าเยอะเลยค่ะ ส่วนเรื่องอายุการใช้งาน ใบขับขี่สากลที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบกของไทยจะมี 2 แบบ คือแบบ 1 ปี (ตามอนุสัญญาเจนีวา 1949) และแบบ 3 ปี (ตามอนุสัญญาเวียนนา 1968) เราต้องดูว่าโคลอมเบียรับรองแบบไหน แต่โดยทั่วไปแล้ว IDP ที่เราทำจากไทยจะใช้ได้ในโคลอมเบียค่ะ จำไว้เสมอนะคะว่า ใบขับขี่สากลใช้คู่กับใบขับขี่ไทย ห้ามใช้ใบขับขี่สากลเดี่ยวๆ โดยไม่มีใบขับขี่ไทยตัวจริงนะคะ

ถาม: วัฒนธรรมการขับรถและกฎจราจรที่โคลอมเบียแตกต่างจากไทยมากไหมคะ มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษบ้าง?

ตอบ: โอ้โห คำถามนี้สำคัญมากเลยค่ะเพื่อนๆ! จากประสบการณ์ที่เคยได้ยินมาและข้อมูลที่ฉันหามา ต้องบอกเลยว่าวัฒนธรรมการขับรถที่โคลอมเบียนั้น “แตกต่างจากไทยเยอะมากๆ” เลยค่ะ อย่างแรกที่ต้องปรับตัวคือ โคลอมเบียเขาขับรถเลนขวา (พวงมาลัยอยู่ซ้าย) ซึ่งตรงข้ามกับบ้านเรานะคะ อันนี้ต้องมีสติและปรับตัวให้ดีเลยค่ะ สิ่งที่ทำให้ฉันค่อนข้างกังวลแทนเพื่อนๆ คือ การจราจรในเมืองใหญ่ๆ อย่างโบโกตาหรือเมเดยินนี่ค่อนข้างวุ่นวายมากๆ เลยค่ะ คนขับรถท้องถิ่นบางทีก็ไม่ค่อยสนใจกฎจราจรเท่าไหร่ แถมมอเตอร์ไซค์ก็เยอะแยะไปหมด ขับกันแบบไม่ค่อยมีระเบียบ ซึ่งอาจจะทำให้เราที่มาจากเมืองไทยตกใจได้ง่ายๆ เลยค่ะ เพื่อนฉันเคยเล่าให้ฟังว่าช่วงแรกๆ ที่ไปขับรถที่นั่น รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมเอาตัวรอดเลยทีเดียวค่ะ (หัวเราะ) นอกจากนี้ การหาที่จอดรถในเมืองก็ยากมากๆ ด้วยนะคะ คำแนะนำจากคนที่เคยไปแล้วคือ ถ้าจะเที่ยวในเมืองใหญ่ๆ การใช้บริการรถสาธารณะ หรือแอปเรียกแท็กซี่อย่าง Uber จะสะดวกและปลอดภัยกว่าเยอะเลยค่ะ ถ้าจำเป็นต้องขับรถจริงๆ ก็ขอให้ขับช้าๆ มีสติมากๆ แล้วก็ใช้สามัญสำนึกในการตัดสินใจนะคะ ที่สำคัญอีกอย่างคือ อาจจะมีเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจทุจริตบ้างประปราย อันนี้ก็ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษค่ะ ฉันไม่อยากให้เพื่อนๆ ไปเจอเรื่องไม่ดีเลย ขอให้ขับรถอย่างระมัดระวังสุดๆ ไปเลยนะคะ!

ถาม: คนไทยไปโคลอมเบียต้องขอวีซ่าไหมคะ แล้วเอกสารที่จำเป็นต้องเตรียมมีอะไรบ้างคะ?

ตอบ: เรื่องวีซ่านี่เป็นอีกคำถามยอดฮิตเลยค่ะเพื่อนๆ! โดยปกติแล้ว “คนไทยยังคงต้องขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าโคลอมเบีย” ค่ะ แต่! มีข้อยกเว้นพิเศษนิดหน่อยที่อาจทำให้เพื่อนๆ ไม่ต้องขอวีซ่า ถ้าเพื่อนๆ มีวีซ่าของสหรัฐอเมริกา (ที่ไม่ใช่ประเภท Transit C1) หรือวีซ่าเชงเก้น (เฉพาะประเภท C หรือ D) ที่ยังมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 180 วันนับจากวันที่เราจะเดินทางเข้าโคลอมเบีย หรือมีถิ่นที่อยู่ถาวรในสหรัฐอเมริกาหรือกลุ่มประเทศเชงเก้น ในกรณีพิเศษเหล่านี้ เราอาจจะได้รับการยกเว้นวีซ่าสำหรับท่องเที่ยว เข้าร่วมประชุมสัมมนา หรือขอความช่วยเหลือทางวิชาการได้สูงสุด 90 วันค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การพิจารณาอนุมัติให้เข้าประเทศและระยะเวลาพำนักก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองโคลอมเบียนะคะ สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว ก็ต้องยื่นขอวีซ่าค่ะ โดยประเภทที่คนไทยนิยมขอที่สุดก็คือ “วีซ่าท่องเที่ยว” ค่ะ เอกสารหลักๆ ที่ต้องเตรียมก็จะมี: หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน, รูปถ่ายขนาดตามที่กำหนด, หลักฐานการจองที่พักและแผนการเดินทางตลอดทริป, หลักฐานการเงินที่แสดงว่าเรามีเงินเพียงพอสำหรับการเดินทาง (เช่น รายการเดินบัญชีธนาคาร), ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และที่สำคัญมากๆ เลยคือ “ประกันการเดินทาง” ค่ะ แนะนำว่าให้เตรียมเอกสารให้พร้อมและยื่นขอผ่านสถานทูตโคลอมเบียในประเทศไทย ซึ่งอยู่ที่อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ นะคะ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตอีกครั้งก่อนยื่นนะคะ เพื่อความชัวร์และจะได้เที่ยวโคลอมเบียได้อย่างสบายใจไร้กังวลค่ะ!

✅ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขับรถในโคลอมเบียสำหรับคนไทย

Advertisement